ตราหมี….เขี้ยวลากดิน!!!!

ตราหมี....เขี้ยวลากดิน!!!!

ก่อนเกมแอต.มาดริด รับมือลิเวอร์พูล มีประเด็นที่แตกต่าง

เจ้าบ้านทีมตราหมี ฟอร์มไม่ดีนัก แถมตัวหลักเดี้ยงอีก
ดาวรุ่งร้อยล้าน ชูเอา เฟลิกซ์ เจ็บตั้งแต่ ม.ค. , ดีเอโก้ คอสต้า ไม่ฟิตมาก
คีแรน ทริปเปียร์ ก็ไม่พร้อมลงเล่น
ทีมเยือนไร้พ่ายในลีกตัวเอง สภาพทีมพร้อมสุดๆเมื่อ มาเน่ ฟิต

ตราหมี....เขี้ยวลากดิน!!!!

สภาพทีม…หมีมีเซอร์ไพรส์
การเลือก โตมาส์ เลอมาร์ อยู่ใน 11 คนแรกนี่คือเซอร์ไพรส์ ครับ
นักเตะรายนี้ไม่ได้เล่นให้ทีมตั้งแต่ 22 ธ.ค. และแฟนๆทีมตราหมีไม่แฮปปี้
ซื้อมา 70 ล้านยูโร แต่ยังไม่ได้แสดงอะไรให้แฟนชื่นใจ
นัดนี้ลงสนามแทน ยอเรนเต้ ในหมากสี่กองกลางของ ซิเมโอเน่
แบ็กโฟร์ของทีมคือ ซาวิช คู่เซนเตอร์กับ เฟลิเป้
แบ็กขวา เวอร์ซัลโก้ แบกซ้าย โลดี้
แดนกลางสี่คน โกเก้ กับ โทมาส คู่กลาง ริมเส้น ซาอูล กับ เลอมาร์
หน้าคู่ โมราต้า กับ กอร์เรอา
ชุดที่ดีสุดเท่าที่มีในตอนนี้…..โดย ดีเอโก คอสต้า มีชื่อสำรอง
ส่วนลิเวอร์พูล 4-3-3 นึกภาพออกว่าใครลงสนามบ้าง

เกมการเล่นครึ่งแรก…
เกมยังไม่ทันได้น้ำได้เนื้อ….น.4 ลูกเตะมุม ของทีมตราหมี
จังหวะขึ้นโหม่งของ ซาวิช โดนไม่ดีแต่บอลตกใส่เท้า ฟาบินโญ่ เข้าทาง ซาอูล
ระยะเผาขน…แบบนั้นไม่เหลือ
เล่นระดับทวีป…พลาดครั้งแรกโดนทันทีไม่มีต่อรอง
พอขึ้นนำเจ้าบ้านก็ตามฟอร์มของ ซิเมโอเน่
รับตั้งแต่ครึ่งสนามเป็นต้นไป พยายามเข้าหาบอลเร็วถ้าผ่านเข้ามาแดนตัวเอง
แล้วถ้าหงส์เซตบอลได้ถอยรับลึก…8-9 คนกองหน้าเขตโทษ
บางจังหวะ 11 คนระยะ 35 หลาลงไปถึง ยาน โอบลัค
ร็อบโบ้ กับ เทรนต์ ยึดริมเส้นสองฝั่งเอาไว้ เพื่อเล่นเกมรุก
30 นาทีเต็มๆ คุมเกมได้หมด ทั้งแย่งบอล และเซ็ตบอล
แต่….ไม่สามารถเข้าไปทำหรือหาโอกาสยิงได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
ตามทรงบอลของ ซิเมโอเน่ รับเหนียว ยิ่งยิงนำก่อนยิ่งรับในแดน
ลิเวอร์พูลได้ยิงครั้งแรก น. 35 จังหวะยิงในเขตโทษของ ซาลาห์
บอลติดหัว เฟลิเป้ ออกหลัง…
รูปเกมเป็นแบบนั้นจนหมดครึ่งแรก

ตราหมี....เขี้ยวลากดิน!!!!

เกมครึ่งหลัง…..
ซิเมโอเน่ เปลี่ยน ยอเรนเต้ ลงมาเล่นอแทน เลอมาร์
ส่วน เจเค เปลี่ยน โอริกี้ ลงแทน มาเน่
ไม่แน่ใจว่าตึงกล้ามเนื้อหรือเซฟใบเหลือง
เกมก็ยังเหมือนเดิม แอต.มาดริด รับแน่นน..
แต่การเปลี่ยน โอริกี้ มาด้านข้าง ทำให้การรุกดูไหลลื่น
10 นาทีแรกกด แอต.มาดริด และได้ครอสด้านข้างเข้าไปกดดัน
ซาลาห์ ได้โหม่งโล่งๆ หลุดกรอบ…
ที่สำคัญ พื้นที่ด้านข้างได้เล่นเยอะขึ้น
ด้วยเพราะทีมตราหมี รับลึกตรงกรอบเขตโทษ
ถ้า ซาลาห์ หรือตัวทำเสียบอล สวนกลับทันที
มีโอกาสได้ลุ้นเหมือนกันนะครับ จังหวะสวนกลับ
พอเหลือ 20 นาที ตราหมีถอด โมราต้า ออก
ส่ง วิโตโล่ ลงมา คือถอดหน้า ส่งแดนกลางมาเพิ่ม
เป็น 4-5-1 รับหนักกว่าเดิมมม
ส่วน เจเค เปลี่ยนเอา อ๊อกซ์เลด แชมเบอร์เลน แทน ซาลาห์
จากนั้นเกมรุกมีโอกาสยิงในเขตโทษจาก เฮนโด้ หลุดกรอบ
ส่วน ตราหมีก็เล่นเกม ช้า…ฟาวล์ก็นอนยาว
ช่วง 15 นาทีสุดท้ายเปลียน ดีเอโก คอสต้า ลงมา….
หงส์พยายามกดดันหนักเพื่อประตูตีทีมเยือน…

    เกิดอะไรขึ้นเชิงแทกติก

    ซิเมโอเน่ ทำสนามให้เล็กลง!!!

ตราหมี....เขี้ยวลากดิน!!!!

ซิเมโอเน วางแผนเน้นเกมรับอยู่แล้ว แต่เมื่อขึ้นนำ 1-0 เร็ว ยิ่งรับมากขึ้น
โมราต้า กับ กอร์เรอา วิ่งแถวกลางสนามเพื่อไล่บอล
แดนกลาง 4 คน ซาอูล กับ ปาร์เตย์ คู่กลาง ด้านขวาโกเก้ และซ้าย เลอมาร์
หลังสี่คนยืนห่างจากเขตโทษ 10 หลา เท่ากับพื้นที่สนามเล็กลง
วัดระยะจาก ฟานไดค์ จนถึง ซาวิช ความกว้างสนามนะเท่าเดิม
แต่ความยาวหายไป คือสนามมันสั้นลง
นึกภาพนักเตะกองในพื้นที่ดังกล่าวนี้จำนวน 20 คน
ไม่นับ โอบลัค ประตูแอต.มาดริด นะครับ
สนามเล็ก คนเยอะ…พื้นที่ก็มีจำกัด ที่ว่างก็น้อย ช่องก็ไม่เปิด
แล้วหากเด็กหงส์พาบอลเข้ามาในแดนได้ คราวนี้กองหลังถอยร่นรับลึกเลย
ยืนตรงเส้น18 หลา แดนกลางลงมา 4 คน หน้าสองคนลงมาช่วยอีก
เท่ากับรับ 11 คนเลยคราวนี้
ที่สำคัญถ้าแบกขึ้นเติมได้ คราวนี้รุมเพรส เพื่อบีบให้เสียบอล 2-3 คนทันที
ไม่ให้หายใจหายคอและมีเวลาคิดอะไรมาก

    โกเก้ และ เลอมาร์ ปิดริมเส้น

ตราหมี....เขี้ยวลากดิน!!!!

โกเก้ กัปตันทีม จะช่วยงาน เวอร์ซัลโก เป็น 2 ต่อ 1 กับ มาเน
หรือใครก็ได้ที่เติมฝั่งซ้าย ด้านขวา เลอมาร์ ช่วย โลดี้
ต้องเป็นสถานะการณ์ สองต่อหนึ่งริมเส้นหงส์ตลอด
เรียกว่าบล็อคการขึ้นบอลด้านข้างของลิเวอร์พูล
การครอสเข้าเขตโทษทำได้ยากขึ้น
ทำให้ เกมรับแอต.มาดริด หยุดเกมรุกหงส์ได้ได้
ทั้ง 45 นาที ยิงได้หนึ่งครั้งชัดๆ ส่วนอีกสองครั้งนอกเขต

    เจเค เล่นตามสเตปตัวเอง

ตราหมี....เขี้ยวลากดิน!!!!

ทีมเจเค เล่นตามแบบฉบับของตัวเอง เน้นเกมด้านข้าง
ร็อบโบ้-มาเน่, เทรนต์-ซาลาห์
ใช้ จีนี่ กับ เฮนโด้ เติม และ ฟีร์มีโน่ เชื่อมเกมทั้งหมด
ฟาบินโญ่ จะขึ้นมาตามจังหวะเหมาะสม
มีครั้งเดียวที่เจาะได้และนั่นคือการยิงครั้งแรกน.35
ซาลาห์ ยิงในเขตโทษ โดนหัวกองหลังออก
ครึ่งหลังเปลี่ยนโอริกี้ ลงมาลุย
เกมริมเส้นด้านซ้ายดูหวือหวา….มากขึ้น

    ปัญหาการทลายเกมรับตราหมี

ตราหมี....เขี้ยวลากดิน!!!!

ความยากในเกมนี้ ถ้าไม่โดนนำก็ยากอยู่
ความเหนียวแน่นเกมรับ ความรัดกุมของ ทีมซิเมโอเน
ต้องบอกว่า ทั้ง shape การยืนกองหลัง, กองกลางเป็นทรงดีมาก
ไลน์รับยืนรักษาช่องไฟไม่ห่าง ทำให้รัดกุม หรือ compact แน่นจริง
ดังนั้นการเข้าไปจบด้วยการยิง ลำบาก
แม้ดึงการเล่นออกมาด้านกว้างเพื่อเปิดบอลใส่
พอครอสเข้าไปยืนสกัดกันได้สบาย 6-7 คน
แถมลูกตั้งเตะ…ไม่กดดันเท่าไหร่
ไม่ง่ายเลย…ในการเจาะเกมรับแอต.มาดริด

    เกมยุโรป…คุณภาพ

ตราหมี....เขี้ยวลากดิน!!!!

บอลระดับสโมสรแตกต่างจากพรีเมียร์ลีก
หลายทีมเน้นแทกติกเกมรับรอสวนเป็นหลัก
คุณภาพของเกมรับรัดกุมกว่า ในลีก
คุณภาพนักเตะมีมากกว่าปกติ
การรับส่งบอล…การสกัดบอล ..การประกบตัว
การดึงจังหวะการเล่น ให้เข้าทางตัวเอง
ความเขี้ยว…ความเก๋าเกมมากกว่าปกติ
นี่คือนัดที่สอง ที่แพ้ระบบ 4-4-2
ก่อนหน้านี้ แพ้ นาโปลี รอบแบ่งกลุ่ม

   ผู้ตัดสิน ไม่ทันเกม

ตราหมี....เขี้ยวลากดิน!!!!

ซิมอน มาร์ซิเนียค ผตส. โปแลนด์ ไม่ทันเกม
หลายๆจังหวะ ไม่ทัน ไม่ฟาวล์ ให้ฟาวล์
ตั้งใจทำแฮนด์บอล ไม่เป่า
และแจกใบเหลืองง่ายไป

 สถิติที่น่าสนใจ

*ซาอูล ยิงประตูนาทีที่ 3.46 นี่คือประตูที่หงส์เสียเร็วสุดในช.ป.ล
นับจากลูกยิงของเชซุส เมื่อ เม.ย. ปี 2018 นี่คือลูกที่ 10 ของเขาในถ้วยนี้
*ที่น่าทึ่งคือ แอต.มาดริด ไม่เคยแพ้เกมที่ ซาอูล ยิงประตู ได้ทุกรายการ
37 เกม ชนะ 33 เสมอ 4
*ลิเวอร์พูลไม่ชนะนัดเยือนสเปน 6 เกม แพ้ 5 เสมอ 1
ชัยชนะครั้งล่าสุดของหงส์แดงบนแผ่นดินสเปนคือนัดชนะ เรอัล มาดริด 1-0
ซีซั่นนั้น ราฟา เบนิเตส คุมทีม (2008-09) เป็นรอบ16 ทีมสุดท้าย
เด็กหงส์บุกมาเชือดถึงซานติอาโก เบร์นาเบว
ก็นานกว่า 10 ปีพอดี…พอดี
*ลิเวอร์พูลยิงไม่เข้ากรอบเลยแม้แต่ครั้งเดียวเกมนี้ จาก 8 ครั้งที่ได้ยิง
*แอต.มาดริด ไม่แพ้ใครในยุโรปต่อหน้าแฟนตัวเองยุค ซิเมโอเน
13เกม ชนะ 9 เสมอ 4 แถมเสียไปแค่สองประตู

ยังดี…ที่แพ้ 1-0 ทำให้การลุ้นนัดสองในแอนฟิลด์ เป็นไปด้วยความสนุก
โจทย์ ที่ เจเค ต้องปรับ ก่อนเจอทีมตราหมี คือความหลากหลายในการโจมตี
นั่นรวมทั้งลูกตั้งเตะ….ที่ไม่กดดันเลยเกมนี้
เมื่อเจอรถบัส ซิเมโอเน ที่รับ 11 คนในแดนตัวเอง
ในระบบ4-4-2
คาดว่าเกมที่สองในแอนฟิลด์ เขาคงวางแทกติกตามเดิม
อาจเน้นเรื่องการสวนกลับมากขึ้น….
ถ้าหงส์​พลาด จะโดนตีหัวเข้าบ้านทันที

ดูทรงแล้ว….นัดหน้าที่แอนฟิลด์
ทั้งหายใจไม่ทั่วท้อง
ดูอย่างอึดอัดในการเจาะเกมรับซิเมโอเน
แต่เชื่อว่าเลือดคงสูบฉีด…พอสมควร

ขอบคุณข่าว : www.siamsport.co.th

สนใจสมัคร ติดต่อ : www.sportsdailynetwork.com

Tags:
About Author: admin